วิธีบริหารสมอง

วิธีบริหารสมอง 5 แบบง่ายๆ แต่ให้ผลดี

สมองของเรามันถูกออกแบบมาเพื่อให้พยายามปรับตัว ฟื้นฟู สร้างสิ่งใหม่ๆ หรือจัดระเบียบตัวเองตลอดเวลาการลงมือทำ หรือไม่ทำอะไร จึงมีผลต่อสมองของคุณเสมอ และก็เป็นได้ทั้งแง่บวกหรือแง่ลบด้วยถ้าคุณอยากใช้ประโยชน์จากพลังของสมองให้คุ้มค่ามาลองบริหารสมองและดูแลมันให้อยู่ในสภาพพร้อมที่สุด ด้วยกิจกรรมและพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์แล้ว ว่าได้ผลจริง

1. กระตุ้นร่างกายด้วยการเล่นกีฬา

ทุกคนคงพอทราบอยุ่แล้วว่าการเล่นกีฬาไม่ใช่แค่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสมองด้วย ทั้งในแง่ความจำ ทักษะการเคลื่อนไหว และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การเล่นกีฬาในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าคุณต้องไปวิ่งมาราธอน หรือเล่นเวทจนกล้ามขึ้นเพราะมีงานวิจัยที่ระบุว่า แค่การปั่นจักรยานฟิตเนส 30 นาที ก็ช่วยให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัส ที่มีผลต่อความทรงจำระยะยาว เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (12-16%) เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย (-1%) และเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจดีขึ้น ก็จะมีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ฮอร์โมนต่างๆในร่างกายก็จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยังไม่นับผลพลอยได้ ในเรื่องอารมณ์ การนอนหลับ รวมถึงลดความเครียดและกังวลได้ด้วย

การพักผ่อนให้เต็มอิ่ม

2. พักผ่อนให้เต็มอิ่ม

การนอนพักผ่อนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น หลายๆคนที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เท่ากับกำลังทำร้ายสมองของคุณเองโดยไม่รู้ตัว มีงานวิจัยที่รับรองว่าการนอน มีความเกี่ยวข้องกับสมองโดยตรงเพราะยิ่งคุณอดนอนมากเท่าไหร่ ขนาดของสมองก็จะเล็กลงซึ่งจะกระทบไปถึงสมองส่วนสำคัญที่ดูแลการใช้ภาษา สัมผัส สมดุลร่างกาย และความสามารถในการคำนวณ รวมถึงตัดสินใจกลับกัน การนอนหลับให้เพียงพอต้อง เฉลี่ย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยฟื้นฟูสมองของคุณให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

การนั่งสมาธิ

3. การทำสมาธิ

วิธีบริหารสมองที่สำคัญอีกอย่างคือการนั่งสมาธิเป็นเรื่องที่มนุษย์เราปฏิบัติกันมายาวนานนับพันปีแล้ว ในส่วนปัจจุบัน ได้มีการรับรองจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่ามันส่งผลในทางบวกต่อสุขภาพจิตจริงๆโดยเฉพาะในแง่ของการปลดปล่อยตัวเองจากความเครียด ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายสมอง งานวิจัยเปรียบเทียบการทำสมาธิ ว่าเหมือนคุณกำลังจัดระเบียบสมองใหม่หมด ซึ่งส่งผลดีหลายเรื่อง ตั้งแต่ลดความเครียด เพิ่มความจดจ่อ ช่วยในเรื่องความจำ เพิ่มความยืดหยุ่นทางความคิด 

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน

4. เรียนรู้เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆทุกวัน

การทำเรื่องเดิมๆซ้ำๆ ทำให้คุณเก่งขึ้นในเรื่องนั้นคือเรื่องจริง แต่การได้พบเจออะไรใหม่ๆ เช่นพบปะผู้คน เรียนทักษะใหม่ๆ ที่บังคับให้คุณต้องใช้ความพยายามมากขึ้น หรือออกจากคอมฟอร์ทโซน ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นสมองของคุณได้เช่นกัน เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา นอกจากจะช่วยพัฒนาสมองของคุณแล้ว ยังช่วยให้คุณโฟกัสกับเรื่องสำคัญจริงๆ แทนที่จะใช้เวลาไปกับเรื่องเรื่อยเปื่อยอีกด้วย

โยนลูกบอลสลับมือ

5. การโยนลูกบอลสลับมือ (juggling)

การโยนลูกบอลสลับมือ (juggling) ทุคนคงเคยเห็นผ่านๆของนักมายากลหรือตัวตลก แต่การเล่นนี้มีงานวิจัยที่ยืนยันว่ามันช่วยพัฒนาสมองของคุณได้จริงๆ โดยเฉพาะในด้านการมองเห็นและการเคลื่อนไหวงานวิจัยดังกล่าวใช้เวลาสี่สัปดาห์ ให้ผู้รับการทดสอบเรียนรู้การโยนลูกบอลสลับมือ และพบว่าเนื้อสมองส่วนสีเทา ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ และความรู้สึกต่างๆ ทั้งประสาทสัมผัส ความนึกคิด ความจำ การเห็น การพูด และการได้ยิน มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากวันแรกเหตุผลคือการโยนบอลสลับมือ เป็นทักษะที่ซับซ้อน จึงต้องใช้เวลาเพื่อเรียนรู้ อีกนัยหนึ่ง คือคุณสามารถหากิจกรรมอื่นๆที่ต้องใช้ความพยายาม เพื่อ บริหารสมอง ได้เช่นกัน

 

Tags : Medium

Similar Posts

  • Mercedes-Benz รุ่น EQS รถยนต์ไฟฟ้า มาตรฐาน WLTP “เมอร์เซเดส-เบนซ์” …

  • Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง TikTok ประกาศลาออกจาก CEO นับว่าเป็นตัวอย่างของผู้นำที่…

  • ฝังโซลาร์เซลล์ในดวงตา เพื่อช่วยรักษาโรคประสาทตาเสื่อม และเป็นแหล่งพลังงานให้กับ…

  • ในปี 2024 อาจเป็นปีที่น่าจับตามองไม่น้อย นอกเหนือจากการเปิดตัว iPhone 16, Samsu…

  • Amazon ออกมาปฏิเสธข่าวรับชำระด้วย Bitcoin ภายในสิ้นปีนี้ เมื่อข่าวดีที่ใหญ่ที่ส…

  • ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Mix Flip สมาร์ตโฟนพับจอได้ดีไซน์ฝาพับของ Xiaomi ที่เปิดต…